ภาพยนต์ 3 มิติ

8 ก.พ.

ยุค สมัยนี้ หากพูดถึงภาพยนตร์ หรือหนัง 3 มิติ เรียกได้ว่า กำลังได้รับความนิยมจากผู้ชมคนดูทั้งผู้ใหญ่ และเด็กจำนวนไม่น้อย เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ให้ภาพสมจริง โดยเฉพาะหนังแนวแฟนตาซี หรือการ์ตูน 3 มิติ ที่พ่อแม่หลายๆ คนไม่พลาดที่จะจูงมือพาลูกๆ ไปสัมผัสกับมิติมหัศจรรย์ชวนตื่นเต้นในวันว่างของครอบครัว
แต่กระนั้น ยังมีพ่อแม่จำนวนหนึ่งที่กังวลจนคาใจว่า การพาลูกไปดูหนัง 3 มิติจะส่งผลต่อดวงตาคู่ใส่ของลูกหรือไม่ ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ รศ.พญ.สุดารัตน์ ใหญ่สว่าง ประธานราชวิทยาลัย จักษุแพทย์แห่งประเทศไทย คลายกังวลผ่าน ทีมข่าว Life and Family ว่า การพาลูกไปดูหนัง 3 มิตินั้น ไม่มีอันตรายต่อดวงตาของลูก เพียงแต่จะทำให้สายตาอ่อนล้า หรือตาเพลียไปได้บ้างก็เท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็เป็นได้ เพราะดวงตาต้องมองภาพแบบสมบูรณ์ โดยมองภาพทั้งระยะใกล้ และระยะไกลในเวลาเดียวกัน
เช่นเดียวกับ รศ.นพ.อัทยา อยู่สวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์จักษุ ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายว่า หนัง 3 มิติ ทำขึ้นโดยเลียนแบบธรรมชาติการมองเห็นของมนุษย์ ไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาเด็กแต่อย่างใด ซึ่งพ่อแม่ไม่ควรไปกังวล แต่ขอให้สนุกกับการดู เพราะถ้าลูกดูแล้วสนุก ก็เท่ากับว่าพัฒนาการทางด้านการมองเห็นภาพ 3 มิติของลูกมีประสิทธิภาพที่ดี
“เด็ก ในช่วง 3 เดือนถึง 5 ขวบ จะค่อยๆ มีพัฒนาการด้านการมองภาพ 3 มิติโดยใช้ตา 2 ข้างมองร่วมกัน ถ้ามีความผิดปกติ เด็กจะมีปัญหาเรื่องการมองในอนาคต เช่น มองภาพ 3 มิติได้ไม่ชัด ซึ่งพ่อแม่ต้องหมั่นพาลูกไปตรวจสายตาเป็นประจำ เพราะถ้าแก้ไขช้าจนเกิน 8 ขวบไปแล้ว พัฒนาการทางการมองเห็นของลูกจะมีปัญหาตามมาได้”
สำหรับ ประเด็นที่หนัง 3 มิติทำให้สายตาอ่อนล้าได้นั้น รศ.นพ.อัทยา เห็นตรงกันกับ รศ.พญ.สุดารัตน์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้หากเพ่งมองภาพที่เน้นการเคลื่อนไหวมากจน เกินไป สอดรับกับผลการศึกษาของนักวิจัยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเล่ย์ ที่เคยออกมาระบุว่า การชมภาพยนตร์แบบ 3 มิติทำให้สายตาอ่อนล้าได้จริง เพราะปกติเมื่อคนเรามองดูสิ่งของที่อยู่ใกล้ดวงตาก็จะเบนเข้าหากัน แต่เมื่อมองดูสิ่งที่อยู่ไกลออกไปดวงตาก็จะเบนออกห่างจากกัน
เหตุ ที่เป็นเช่นนี้ นักวิจัยบอกไว้ว่า ภาพ 3 มิติทำให้ดวงตาไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เนื่องจากต้องเพ่งไปยังสิ่งที่อยู่ทั้งใกล้ และไกลในเวลาเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า “การขัดกันระหว่างการเคลื่อนไหวของดวงตาที่สัมพันธ์ต่อสิ่งอื่นๆและการปรับ สายตา” โดยการขัดกันดังกล่าวทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ และมองภาพไม่ชัดได้ เพราะสมองของคนเรามีความสัมพันธ์ที่ปกติมาเป็นเวลานาน เมื่ออยู่ๆ เกิดเปลี่ยนไปจึงทำให้สายตาเกิดการอ่อนล้าได้นั่นเอง ซึ่งคนหนุ่มสาวมีโอกาสเกิดอาการดังกล่าวได้มากกว่าผู้สูงอายุ
ทาง ที่ดี รศ.นพ.อัทยา ให้คำแนะนำไปถึงพ่อแม่ว่า เมื่อลูก หรือตัวพ่อแม่เองเกิดอาการตาเพลีย หรือตาอ่อนล้า ให้พักสายตาด้วยการมองไปที่ไกลๆ เช่น มองต้นไม้ใบหญ้าสีเขียว เพื่อให้ดวงตาได้ผ่อนคลาย แล้วสักพักการมองเห็นจะกลับมาดีขึ้น เหมือนกับการวิ่งออกกำลังกาย ย่อมต้องมีการเหนื่อยหอบบ้างเป็นธรรมดา ดังนั้นหากได้รับการพัก ก็จะทำให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติ

ถึง แม้ว่าการพาลูกไปดูหนัง 3 มิติ จะไม่ส่งร้ายต่อดวงตาของลูกน้อย แต่พ่อแม่ก็ต้องระวังการติดเชื้อจากแว่น 3 มิติในโรงภาพยนตร์ด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่โรคตา เช่น ตาแดงระบาด พ่อแม่ไม่ควรพาลูกไปใช้แว่น 3 มิติร่วมกับผู้อื่น เพราะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางตาได้สูง ถ้าหากรุนแรงมาก อาจเกิดอันตรายต่อดวงตาของลูก และคนในบ้านได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: